ホーム › フォーラム › ハワイいいね!お知らせ › ปรากฏการณ์ “ปั่น” บนเฟซบุ๊ก:.
- このトピックは空です。
-
投稿者投稿
-
jacintomcclintoc
ゲスト<br>ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลไหลเวียนอย่างรวดเร็วและไร้พรมแดน คำว่า “ปั่น” ได้กลายเป็นศัพท์แสงสำคัญที่สะท้อนพลวัตทางสังคมและการสื่อสารบนแพลตฟอร์มอย่างเฟซบุ๊ก ไม่เพียงแต่หมายถึงการสร้างการมีส่วนร่วม (engagement) แบบผิวเผิน แต่ยังแฝงนัยของกระบวนการสร้างวาทกรรม ควบคุมความคิด และขับเคลื่อนอารมณ์ร่วมของมวลชนในพื้นที่ไซเบอร์
<br>
<br>การ “ปั่น” ในบริบทของเฟซบุ๊กสามารถพิจารณาได้หลายมิติ มิติแรกคือการปั่นเชิงปริมาณ หมายถึงการเพิ่มจำนวนไลค์ แชร์ หรือคอมเมนต์ให้กับโพสต์หนึ่งๆ โดยอาจเกิดจากพฤติกรรมธรรมชาติของผู้ใช้ที่คลิกตามความสนใจ หรืออาจถูก orchestrate จากกลุ่มบุคคลที่ตั้งใจเพิ่มสถิติให้เนื้อหาดูเป็นที่นิยม ปรากฏการณ์นี้เชื่อมโยงกับเศรษฐศาสตร์ความสนใจ (attention economy) ที่การมีส่วนร่วมสูงส่งสัญญาณถึงคุณค่าเชิงสังคมของเนื้อหา และอาจดึงดูดผู้ใช้รายอื่นให้เข้ามาร่วมวงอย่างไม่รู้ตัว
<br>
<br>มิติที่สองคือการปั่นเชิงวาทกรรม (discursive spinning) ซึ่งซับซ้อนและมีอิทธิพลลึกซึ้งกว่า กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับการคัดสรรข้อมูล การเน้นย้ำข้อความบางอย่าง การสร้างเรื่องเล่า (narrative) และการกำหนดกรอบความคิด (framing) ให้กับประเด็นต่างๆ ตัวอย่างที่เห็นชัดคือกรณีข่าวการเมืองหรือประเด็นทางสังคมที่กลุ่มผู้ใช้ต่างฝ่ายต่าง “ปั่น” ข้อมูลเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับทัศนะของตน บ่อยครั้งการปั่นลักษณะนี้ไม่ได้มุ่งเสนอข้อมูลครบถ้วน แต่เลือกนำเสนอเฉพาะส่วนที่สนับสนุนแนวทางของตัวเอง พร้อมกับสร้างอารมณ์ร่วม เช่น ความโกรธ ความสงสาร หรือความภูมิใจ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแชร์ต่ออย่างรวดเร็ว
<br>
<br>กลไกการปั่นบนเฟซบุ๊กอาศัยคุณสมบัติเฉพาะของแพลตฟอร์ม ได้แก่ อัลกอริทึมที่ส่งเสริมเนื้อหามี engagement สูง ความเร็วในการแพร่กระจายของข้อมูล และโครงสร้างเครือข่ายสังคมที่เชื่อมโยงผู้ใช้ผ่านความสัมพันธ์หลากระดับ เนื้อหาที่ถูกปั่นอย่างมีประสิทธิภาพมักมีลักษณะตรงกับจิตวิทยามวลชน เช่น ใช้ภาษาที่รุนแรงหรือดราม่า มีภาพหรือวิดีโอที่สะดุดตา หรือเชื่อมโยงกับอคติที่มีอยู่เดิม (confirmation bias) ของกลุ่มเป้าหมาย
<br>
<br>ในแง่ของอำนาจ การปั่นคือเครื่องมือในการต่อสู้ช่วงชิงความหมาย (struggle over meaning) ในพื้นที่สาธารณะเสมือน ฝ่ายที่มีทรัพยากรมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นทุน คน หรือความรู้ด้านดิจิทัล มักได้เปรียบในการกำหนดประเด็นและทิศทางของบทสนทนา บริษัท หน่วยงานทางการเมือง กลุ่มกิจกรรม หรือแม้กระทั่งบุคคลธรรมดาที่มีอิทธิพล (influencer) ต่างใช้ยุทธศาสตร์การปั่นเพื่อสร้างภาพลักษณ์ โน้มน้าวความคิด หรือลดทอนความน่าเชื่อถือของฝ่ายตรงข้าม บางครั้งการปั่นอาจข้ามพรมแดนจากออนไลน์สู่ออฟไลน์ นำไปสู่การเคลื่อนไหวทางสังคมจริงๆ ได้
<br>
<br>อย่างไรก็ดี ปรากฏการณ์การปั่นก็มาพร้อมกับข้อกังวลหลายประการ ข้อแรกคือปัญหาข้อมูลบิดเบือน (misinformation) หรือข้อมูลเท็จ (disinformation) ที่ถูกปั่นให้แพร่หลายจนผู้ใช้จำนวนมากอาจเข้าใจคลาดเคลื่อน ข้อที่สองคือการสร้างอารมณ์เกลียดชังหรือความแตกแยก (polarization) ในสังคม เพราะวาทกรรมที่ถูกปั่นมักเน้นการแบ่ง “เรา” กับ “เขา” ข้อที่สามคือการลดทอนพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนเหตุผลอย่างสงบ เนื่องจากเนื้อหาที่ดึงดูดอารมณ์มักได้รับความสนใจมากกว่าการวิเคราะห์ที่รอบด้าน
<br>
<br>ในทางทฤษฎีสื่อสารศึกษา การปั่นสามารถอธิบายผ่านแนวคิดเรื่องการปลูกฝัง (cultivation theory) ที่การรับสารซ้ำๆ บนเฟซบุ๊กอาจค่อยๆ สร้างความจริงทางสังคม (social reality) ใหม่ให้กับผู้ใช้ หรือแนวคิดวงจรการตั้งวาระ (agenda-setting) ที่การปั่นประเด็นบางอย่างซ้ำๆ ทำให้ชุมชนออนไลน์มองว่าประเด็นนั้นสำคัญ ในขณะเดียวกัน แนวคิดห้องสะท้อนเสียง (echo chamber) และห้องฟองอากาศ (filter bubble) ก็ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมการปั่นถึงมีประสิทธิภาพในบางกลุ่ม เพราะผู้ใช้มักได้รับข้อมูลที่สอดคล้องกับความเชื่อเดิมจากอัลกอริทึมและเครือข่ายสังคมของตัวเอง
<br>
<br>การรับมือกับปรากฏการณ์ปั่นจำเป็นต้องอาศัยความตระหนักรู้ทางดิจิทัล (digital literacy) ของผู้ใช้เป็นสำคัญ การฝึกตั้งคำถามกับเนื้อหา ตรวจสอบแหล่งที่มา และคิดวิเคราะห์ก่อนแชร์ คือภูมิคุ้มกันพื้นฐาน ในระดับนโยบาย แพลตฟอร์มอย่างเฟซบุ๊กอาจต้องพัฒนาอัลกอริทึมที่ส่งเสริมเนื้อหาคุณภาพและตรวจสอบข้อมูลบิดเบือนอย่างจริงจังขึ้น ในขณะที่สังคมโดยรวมควรส่งเสริมวัฒนธรรมการสนทนาที่เคารพเหตุผลและเปิดกว้าง
<br>
<br>สรุปแล้ว การ “ปั่น” บนเฟซบุ๊กไม่ใช่เพียงเทรนด์หรือพฤติกรรมผิวเผิน แต่เป็นปรากฏการณ์ที่แสดงถึงการต่อรองอำนาจ การสร้างความหมาย และการก่อรูปของความคิดร่วมในยุคดิจิทัล มันเป็นดาบสองคมที่ทั้งสามารถระดมพลเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในทางสร้างสรรค์ หรือในทางกลับกัน ก็อาจบั่นทอนพื้นฐานความจริงและความสามัคคีของสังคม การทำความเข้าใจพลวัตของการปั่นจึงไม่เพียงแต่สำคัญต่อการเป็นผู้ใช้สื่อที่ชาญฉลาด แต่ยังจำเป็นต่อการปกป้องพื้นที่สาธารณะเสมือนให้เป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนที่Healthy ต่อประชาธิปไตยและสังคมโดยรวม
<br>If you have any inquiries regarding where and ways to use ปั่น like แฟนเพจ, you could contact us at our webpage.
-
投稿者投稿
